|
คุณสมบัติของสารดับเพลิง ผงเคมีแห้ง
1. ใช้ในการดับเพลิงประเภท A , B และ C
2. ผงเคมีแห้งไม่เป็นสื่อของกระแสไฟฟ้าจึงดับไฟประเภท C ได้แต่ควรจะพิจารณา เช่น ถ้า เป็นห้องปฏิบัติการด้านคอมพิวเตอร์ไม่ควรใช้เนื่องจากจะก่อให้เกิดความเสีย หายต่อวงจรไฟฟ้าส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นเกลืออ่อน
3. ผงเคมีแห้งให้ผลในการคลุมดับไฟได้ดีเพราะผลการกระจายตัวออกมามีผลในการคลุมดับไฟได้มากและยังหนักกว่าอากาศ จึงสกัดกั้นออกซิเจนในอากาศในการที่จะทำปฏิกิริยากับเชื้อเพลิงได้ดี
4. ผงเคมีแห้งจึงมีลักษณะในการกำบังความร้อนของผู้ใช้ โดยที่ผงเคมีมีลักษณะการทำปฏิกริยากับความร้อนมุ่งกระจายออกไปยังมีความเย็นจากการเป็นน้ำแข็งแห้งประมาณร้อยละ 30 ช่วยป้องกันความร้อนของผู้ใช้แต่ไม่สามารถดูดกลืนความร้อนได้ดีเท่าน้ำ เพราะดูดกลืนได้เพียง 94 กิโลแคลอรีเท่านั้น จึงไม่สามารถใช้ในการลดอุณหภูมิได้ดีเท่ากับน้ำแล้วดูดกลืนความร้อน เช่น ปฏิกิริยาของผงโซเดียมไบคาร์บอเนตทำปฏิกิริยากับความร้อน บางส่วนจะสลายตัวเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ โซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ปอนด์ ต่อ 4.5 ลูกบาศก์ฟุต ออกมาช่วยคลุมดับ
5. สะดวกในการใช้และการบำรุงรักษา รวมทั้งยังมีอายุการใช้งานได้ยาวนานเพราะตัวยาไม่เสื่อมคุณภาพ
6. ผงเคมีแห้งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะทำปฏิกิริยากับความร้อนแล้วไม่เกิดก๊าซพิษมากนักและคุณสมบัติของผงเคมีเป็นเกลืออ่อน ผงเคมีแห้งที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้แยกออกตามคุณสมบัติในการดับไฟได้ 2 ประเภท คือ
a. ประเภทธรรมดา ( Ordinary Dry Chemicals ) ใช้ในการดับเพลิงประเภท B C ซึ่งมีตัวผงเคมีที่ใช้เป็นหลัก ดังนี้คือ ผงเคมีแห้งที่มีตัวผงเคมีโซเดียมไบคาร์บอเนต โปตัสเซียมไบคาร์บอเนต โปรตัสเซียมซัลเฟตและโปรตัสเซียมคลอไรด์
b. ประเภทอเนกประสงค์ ( Multi Purpose Dry Chemicals ) ใช้ในการดับไฟประเภท A , B และ C ซึ่งมีตัวผงเคมีที่ใช้เป็นหลักคือ ผงเคมีแห้งที่มีตัวผงแอมโมเนียมฟอสเฟต
|